บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 10
วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ.2560
ความรู้ที่ได้รับ 🐤
การส่งเสริมพัฒนาการและการปรับพฤติกรรมเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
- เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน
- ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด
- เน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach)
1)การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา
♦ เพิ่มทักษะพื้นฐานด้านสังคม การสื่อสาร และทักษะทางความคิด
♦ เกิดผลดีในระยะยาว
♦ เน้นการเตรียมพร้อมเพื่อให้เด็กสามารถใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆแทนการฝึกแต่เพียงทักษะทางวิชาการ
♦ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program; IEP)
♦ โรงเรียนการศึกษาพิเศษเฉพาะทาง โรงเรียนนร่วม ห้องเรียนคู่ขนาน
2)การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม
♦ การฝึกฝนทักษะในชีวิตประจำวัน (Activity Daily Living Training)
♦ การฝึกฝนทักษะสังคม (Social Skill Training)
♦ การสอนเรื่องราวทางสังคม (Social Story)
3)การบำบัดทางเลือก
♦ การสื่อความหมายทดแทน (AAC)
♦ ศิลปกรรมบำบัด (Art Therapy)
♦ ดนตรีบำบัด (Music Therapy)
♦ การฝังเข็ม (Acupuncture)
♦ การบำบัดด้วยสัตว์ (Animal Therapy)
การสื่อความหมายทดแทน (Augmentative and Alternative Communication ; AAC)
- การรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies)
- โปรแกรมแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร (Picture Exchange Communication System ; PECS)
- เครื่องโอภา (Communication Devices)
- โปรแกรมปราศรัย
บทบาทของครู
- ตำแหน่งการนั่งของเด็กไม่ควรให้นั่งติดหน้าต่างหรือประตู
- ให้เด็กนั่งแถวหน้าสุดใกล้โต๊ะครู
- จัดให้เด็กนั่งติดกับนักเรียนที่ไม่ค่อยเล่น ไม่ค่อยคุยในระหว่างเรียน
- ให้เด็กมีกิจกรรม เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
1. ทักษะทางสังคม
-เด็กพิเศษที่ขาดทักษะทางสังคมไม่ได้มีสาเหตุมาจากพ่อแม่
-การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆอย่างมีความสุข
กิจกรรมการเล่น
✿ การเล่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคม
✿ เด็กจะสนใจกันเองโดยอาศัยการเล่นเป็นสื่อ
✿ ในช่วงแรกๆเด็กจะไม่มองเด็กคนอื่นเป็นเพื่อน แต่เป็นอะไรบางอย่างที่น่าสำรวจ สัมผัส ผลัก ดึง
ยุทธศาสตร์การสอน
✿ เด็กพิเศษหลายๆคนไม่รู้วิธีการเล่น ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร
✿ ครูเริ่มต้นจากการสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ
✿ จะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นแบบใดบ้าง
✿ ครูจดบันทึก
✿ ทำแผน IEP
✿ เด็กพิเศษหลายๆคนไม่รู้วิธีการเล่น ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร
✿ ครูเริ่มต้นจากการสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ
✿ จะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นแบบใดบ้าง
✿ ครูจดบันทึก
✿ ทำแผน IEP
การกระตุ้นการเลียนแบบและการเอาอย่าง
✿ วางแผนกิจกรรมการเล่นไว้หลายๆอย่าง
✿ คำนึงถึงเด็กทุกๆคน
✿ ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-4 คน
✿ เด็กปกติทำหน้าที่เหมือน "ครู" ให้เด็กพิเศษ
ครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
✿ คำนึงถึงเด็กทุกๆคน
✿ ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-4 คน
✿ เด็กปกติทำหน้าที่เหมือน "ครู" ให้เด็กพิเศษ
ครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
✿ อยู่ใกล้ๆและเฝ้ามองอย่างสนใจ
✿ ยิ้มและพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครู
✿ ไม่ชมเชยหรือสนใจเด็กมากเกินไป
✿ เอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่น
✿ ให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม
การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
✿ ครูพูดชักชวนให้เด็กร่วมเล่นกับเพื่อน
✿ ทำโดย "การพูดนำของครู"
ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์
✿ ไม่ง่ายสำหรับเด็กพิเศษ
✿ การให้โอกาสเด็ก
✿ เด็กพิเศษต้องเรียนรู้สิทธิต่างๆเหมือนเพื่อนในห้อง
✿ ครูต้องไม่ใช้ความบกพร่องของเด็กพิเศษเป็นเครื่องต่อรอง
2. ทักษะภาษา
การวัดความสามารถทางภาษา
✤ เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม
✤ ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม
✤ ถามหาสิ่งต่างๆไหม
✤ บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไหม
✤ ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม
การออกเสียงผิด/พูดไม่ชัด
✤ การพูดตกหล่น
✤ การใช้เสียงหนึ่งแทนอีกเสียง
✤ ติดอ่าง
การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
✤ ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด
✤ ห้ามบอกเด็กว่า "พูดช้าๆ" "ตามสบาย" "คิดก่อนพูด"
✤ อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
✤ อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
✤ ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
✤ เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน
ทักษะพื้นฐานทางภาษา
✤ ทักษะการรับรู้ภาษา
✤ การแสดงออกทางภาษา
✤ การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด
ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
✤ การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
✤ ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด
✤ ให้เวลาเด็กได้พูด
✤ คอยให้เด็กตอบ (ชี้แนะหากจำเป็น)
✤ เป็นผู้ฟังที่ดีและโต้ตอบอย่างฉับไว (ครูไม่พูดมากเกินไป)
✤ เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
✤ ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
✤ กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง (ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า)
✤ เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
✤ ใช้คำถามปลายเปิด
✤ เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น
✤ ร่วมกิจกรรมกับเด็ก
ได้รู้ถึงบทบาทหน้าที่ของครูปฐมวัยที่ต้องปฏิบัติต่อเด็กพิเศษ
💞เพื่อน ไม่ค่อยมีเสียงคุย ตั้งใจเรียน
💞อาจารย์ การสอนของอาจารย์มีการยกตัวอย่าง ทำให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหามากขึ้น

✿ ยิ้มและพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครู
✿ ไม่ชมเชยหรือสนใจเด็กมากเกินไป
✿ เอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่น
✿ ให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม
การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
✿ ครูพูดชักชวนให้เด็กร่วมเล่นกับเพื่อน
✿ ทำโดย "การพูดนำของครู"
ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์
✿ ไม่ง่ายสำหรับเด็กพิเศษ
✿ การให้โอกาสเด็ก
✿ เด็กพิเศษต้องเรียนรู้สิทธิต่างๆเหมือนเพื่อนในห้อง
✿ ครูต้องไม่ใช้ความบกพร่องของเด็กพิเศษเป็นเครื่องต่อรอง
2. ทักษะภาษา
การวัดความสามารถทางภาษา
✤ เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม
✤ ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม
✤ ถามหาสิ่งต่างๆไหม
✤ บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไหม
✤ ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม
การออกเสียงผิด/พูดไม่ชัด
✤ การพูดตกหล่น
✤ การใช้เสียงหนึ่งแทนอีกเสียง
✤ ติดอ่าง
การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
✤ ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด
✤ ห้ามบอกเด็กว่า "พูดช้าๆ" "ตามสบาย" "คิดก่อนพูด"
✤ อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
✤ อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
✤ ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
✤ เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน
ทักษะพื้นฐานทางภาษา
✤ ทักษะการรับรู้ภาษา
✤ การแสดงออกทางภาษา
✤ การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด
ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
✤ การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
✤ ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด
✤ ให้เวลาเด็กได้พูด
✤ คอยให้เด็กตอบ (ชี้แนะหากจำเป็น)
✤ เป็นผู้ฟังที่ดีและโต้ตอบอย่างฉับไว (ครูไม่พูดมากเกินไป)
✤ เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
✤ ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
✤ กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง (ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า)
✤ เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
✤ ใช้คำถามปลายเปิด
✤ เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น
✤ ร่วมกิจกรรมกับเด็ก
ความรู้ที่ได้รับ 🐤
การประเมินผล 🐤
💞ตนเอง ตั้งใจเรียน มีส่วนร่วมในการตอบคำถาม💞เพื่อน ไม่ค่อยมีเสียงคุย ตั้งใจเรียน
💞อาจารย์ การสอนของอาจารย์มีการยกตัวอย่าง ทำให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหามากขึ้น


